เมืองไทย...เมืองพุทธ

posted on 15 Mar 2009 19:49 by listentomol

เมื่อครั้งความวุ่นวายในบ้านเรายังคงคุกรุ่น

ผมเล่าเรื่องเหตุการณ์ความรุนแรงที่สะพานมัฆวานให้เพื่อนที่เป็นคนจีนฟัง
เขาบอกว่า "คงไม่มีอะไรรุนแรงมั้ง ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธนี่"

ผมตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ในสายตาคนต่างชาติ เมืองพุทธนี่มันเป็นยังไง...

ชาวตะวันตกหลายๆคนเริ่มสนใจศาสนาทางตะวันออกมากขึ้น
แต่เชื่อเถอะ ไม่ใช่อย่างที่เราเป็น...

หลายครั้งที่เห็นเศียรพระพุทธรูปตั้งอยู่หน้าบ้านคนที่นี่
ที่แผนกของแต่งบ้านในห้าง Target (ห้างคล้ายๆ Lotus บ้านเรา แต่ไม่มีของสด) มีเศียรพระพุทธรูปสีเขียวอ่อนเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง
เคยเห็นแผ่นโฆษณาทอดมันปลาแช่แข็ง ลงรูปพระพุทธรูปถือทอดมันปลาในปางสมาธิ

 

ภาพใบปิดโฆษณาสถานบันเทิงแห่งหนึ่งชื่อ "Funky Buddha"



จำได้ว่าตอนมาถึงใหม่ๆ มีโอกาสไปร้านอาหารไทยชื่อดัง ได้รางวัลอะไรสักอย่าง ฝรั่งนั่งกันเต็มร้าน
สิ่งแรกได้เจอคือ พระพุทธรูปปางประทานพร สีทองอร่ามขนาดเท่าคนจริงอยู่บริเวณทางเข้า
และมีพระพุทธรูปอีกหลายจุดอีกเป็นระยะๆ
แม้อาหารจะอร่อย แต่คนไทยอย่างผมไม่ค่อยผ่อนคลาย บรรยากาศหรูหรา ดูเป็นไทยจ๋าในสายตาฝรั่ง
ไม่อาจลบความรู้สึกขัดแย้งในใจของผมลงไปได้

หลายสิ่งหลายอย่างที่ชาวตะวันตกแสดงถึงความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนากับคนไทย
มันไม่ใช่อย่างที่เราเข้าใจ ไม่ใช่อย่างที่เราเป็น

เราเป็นเมืองพุทธ แต่เราก็มีการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามคนที่คิดเห็นไม่ตรงกับเรา
(ไม่ใช่แค่ในอดีต แต่ยังคงมีให้ได้ยินอยู่เสมอ)
เราเป็นเมืองพุทธ แต่มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นบ่อยยิ่งกว่าประเทศเกิดใหม่อย่าง สิงคโปร์ หลายเท่าตัว
เราเป็นเมืองพุทธ แต่จอดรถไว้หน้าบ้านก็หายได้ ขึ้น TAXI คนเดียวก็กลัวโดนรมยาสลบ
เราเป็นเมืองพุทธ แต่เวลาเดินข้างนอกอย่าไปมองหน้าใคร เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรา "มองหาเรื่อง"

แล้วคนไทยล่ะ เราเข้าใจความเป็น "เมืองพุทธ" ของเราแค่ไหน

ได้รู้จักน้องคนหนึ่งที่แม้จะมาอยู่ต่างแดน
ก็ยังคงไปทำบุญที่วัดไทยทุกเช้าวันอาทิตย์ (ไม่ว่าคืนวันเสาร์จะกลับดึกขนาดไหน)
ก่อนนอนยังคงสวดชินบัญชรอย่างสม่ำเสมอ
ผมถามเขาไปว่า "จำได้ไหม ศีล๕ ข้อสามว่ายังไง"
"ห้ามเล่นการพนันครับ" น้องชาวพุทธตอบอย่างมั่นใจ

มิน่าล่ะ เมืองไทยถึงห้ามเปิดบ่อน...

 

เขียนครั้งแรกเมื่อ 15 มิถุนายน 2551 ณ บล๊อกอื่น (ขายของเก่านั่นเอง)

Comment

Comment:

Tweet

อ่านดีจัง..
แล้วมาเล่าอีกนะคะ big smile

#2 By PunPrai on 2009-03-17 16:42

sad smile .......พูดไม่ออก บอกไม่ถูกsad smile

#1 By นายสถานี NGarage on 2009-03-15 20:05